Webboard PattayaAdvertising
News: Welcome to PattayaAdvertising
 
*
Welcome, Guest. Please login or register. April 25, 2014, 01:33:40 PM


Login with username, password and session length


« previous next »
Pages: [1] Print
Author Topic: วัยรุ่นปัจจุบัน กับ สังคมในอนาคต จะเป็น  (Read 3130 times)
pinky
Sr. Member
****
Posts: 363


View Profile Email
« on: March 25, 2009, 12:14:17 PM »

ม.1 น้อยใจพ่อสลดยิงตัวตาย หลังบังคับให้ย้ายเข้ามาเรียนที่ กทม.

เดลินิวส์   : อาชญากรรม
วันที่ 23 มีนาคม 2552 เวลา 08:24 น.


เด็ก ม.1 เครียดถูกพ่อบังคับให้ย้ายมาเรียนในกรุงเทพฯ ใช้นิ้วเท้าลั่นไกปืนลูกซองยาวฆ่าตัวตายคาบ้าน พ่อเผยทำงานอยู่กรุงเทพฯ ส่วนผู้ตายพักอยู่กับแม่ในอยุธยา และทราบว่าลูกติดเพื่อนและหนีเรียน จึงเรียกมาคุยพร้อมทั้งบอกให้ย้ายไปเรียนกรุงเทพฯ เพื่อจะได้ดูแลใกล้ชิด แต่ผู้ตายไม่พอใจและเก็บตัวเงียบ ก่อนเกิด    เหตุเดินทางมารับลูก แต่ผู้ตายขอตัวขึ้นไปบนบ้านใช้ปืนยิงตัวตาย
 
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 22 มี.ค. ร.ต.อ.สยาม งามประเสริฐ สารวัตรเวร สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุยิงตัวตายในบ้านเลขที่ 11 หมู่ 10 ต.ดอนหญ้านาง อ.ภาชี จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมด้วยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ศูนย์พุทไธศวรรย์ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้สองชั้น ใต้ถุนโปร่ง อยู่ริมถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ บริเวณชั้นบนของบ้านพบร่าง ด.ช.วสินทร์ ควรรู้ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนตะโกดอนหญ้านาง เสียชีวิตในสภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองยาว เข้าที่หน้าอกขวา กระสุนฝังใน นอนนิ่ง อยู่กับพื้นหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่และญาติ ๆ ช่วยกันนำส่ง รพ.ภาชี เพื่อให้การช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่า ด.ช.วสินทร์ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา
 
สอบสวนนายวสันต์ ควรรู้ อายุ 35 ปี พ่อของ ด.ช.วสินทร์ผู้ตาย ให้การว่าปกติตนทำงานอยู่กรุงเทพฯ ส่วนผู้ตายอาศัยอยู่กับนางวิมล ควรรู้ อายุ 34 ปี มารดา และญาติ ๆ ก่อนหน้านี้ตนกลับมาบ้าน ทราบว่าลูกชายติดเพื่อนและหนีเรียน จึงเรียกมาพูดคุย พร้อมทั้งบอกให้ย้ายไปเรียนที่กรุงเทพฯ เพื่อตนจะได้ดูแลใกล้ชิด แต่ ด.ช.วสินทร์มีอาการไม่พอใจ และยืนยันว่าจะไม่ไป โดยช่วงค่ำที่ผ่านมา ลูกชายยังแสดงความไม่พอใจ และเก็บตัวเงียบอยู่ชั้นบน จากนั้นก็ไปบอกกับญาติที่อยู่ข้างบ้านว่าจะไม่ไปอยู่กรุงเทพฯเด็ดขาด
 
ก่อนเกิดเหตุ ตนเดินทางมารอรับ ด.ช.  วสินทร์ เพื่อที่จะไปกรุงเทพฯด้วยกัน แต่ลูกชายขึ้นไปบนบ้านแล้วไม่ลงมา จนกระทั่งได้ยินเสียง ปืนดังขึ้น 1 นัด จึงวิ่งขึ้นไปดูพบว่าลูกชายใช้นิ้วเท้าขวาสอดเข้าไปในโก่งไกปืนลูกซองยาว จ่อปาก กระบอกปืนที่หน้าอก แล้วลั่นไกฆ่าตัวตาย.

http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=194189&NewsType=1&Template=1
Logged
pinky
Sr. Member
****
Posts: 363


View Profile Email
« Reply #1 on: March 25, 2009, 12:30:10 PM »

แจ้งข้อหาหนักเด็กแว้นชนรองสว.   ปิดถนนจับ80โจ๋แก๊งซิ่งป่วนเมือง

เดลินิวส์
วันที่ 16 มีนาคม 2552 เวลา 08:40 น.


ลั่นแจ้งข้อหาพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ "น.1" สั่งเล่นงานหนัก ขาโจ๋ซิ่ง จยย.แหกด่านชน"รอง สว.จร." โคกคาม อาการหนัก เผยโปลิศเปิดปฏิบัติการกวาดล้าง “เด็ก แว้น” งัดกลยุทธ์ปิดประตูตีแมวใช้สิบล้อ-กระบะจอดหัวท้ายปิดถนนเกษตร-นวมินทร์ ไล่จับแก๊งซิ่งนับร้อยยกพลมาประลองความเร็ว แตกฮือหนีไม่เป็นขบวน สุดเหิมเร่งเครื่องฝ่าด่านก่อนพุ่งชนโปลิศล้มหัวฟาดพื้นสลบเหมือด-อาการหนัก สุดท้ายถูกรวบมาได้ 80 คน พงส. แยกแยะตัวแสบเหลือต้องโทษเพียง 47 ราย ขณะที่ผู้ปกครองรับภาระเดือดร้อนตามหน้าที่ บากหน้าแห่ไปโรงพักขอประกันตัวลูกตามเคย ตร.ไม่สนอายุเกิน 18 ไปประกันที่ศาลเอง ส่วนเยาวชนส่งบ้านเมตตาทันที
 
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 15 มี.ค. พ.ต.อ.มาโนช รัตนโชติ ผกก.สน.โคกคราม พ.ต.ต.นิพนธ์ จันสุมาวงศ์ สว.จร. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ สน.โคกคราม จำนวน 70 นาย กระจายกำลังปิดล้อมพื้นที่ถนนเกษตร-นวมินทร์ ตั้งแต่หน้าโรงเรียนคลองลำเจียก ไปจนถึงใต้ทางด่วนประดิษฐ์มนูธรรม ระยะทางกว่า 200 เมตร  โดยใช้รถบรรทุก 2 คัน และรถกระบะ 10 คัน ปิดหัวท้ายเพื่อเข้าจับกุมแก๊งซิ่ง จยย.ยึดถนนใช้แข่งขันกัน สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก
 
ทั้งนี้ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อม ปรากฏว่ากลุ่มแก๊งซิ่งกว่า 200 คัน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ต่างพากันเร่งเครื่องหลบหนีกันจ้าละหวั่น เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ ร.ต.อ.สุรพล ดาวแจ้ง รอง สว.จร. ตรวจจับแก๊งซิ่งอยู่ที่หน้าโรงเรียนคลองลำเจียกถูก จยย. สีแดงคาดดำ ทะเบียน วนท 797 กรุงเทพมหานคร ที่ขับย้อนศรฝ่าด่านมาพุ่งชนอย่างจังจนล้มศีรษะฟาดพื้นสลบคาที่ เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งรพ.ทันที ส่วนผู้ก่อเหตุเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวไว้ได้ พร้อม จยย.ที่พลิกคว่ำอยู่กลางถนน ทราบชื่อว่านายโบน (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี
 
จากการสอบสวนนายโบนให้การรับสารภาพว่า เป็นคนขี่จยย.ชนตำรวจคนดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากขณะเกิดเหตุตำรวจอีกกลุ่มหนึ่งปิดถนนอยู่ด้านหน้า จึงต้องขี่ จยย. ย้อนศรเพื่อหลบหนี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเบรกไม่อยู่ เลยพุ่งชนเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ขณะที่ พ.ต.อ. มาโนช กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากประชาชนมาโดยตลอดว่าถนนดังกล่าวมีกลุ่ม วัยรุ่นมักจะมานัดประลองความเร็วแข่งขัน จยย. และรถเก๋งจำนวนมาก จึงมีการวางแผนจับกุมดังกล่าว เบื้องต้นจับกุมผู้ต้องหาได้ 80 คน เป็นผู้ชาย 70 ผู้หญิง 10 คน และจยย.ของกลางอีก 57 คัน ผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นเยาวชน อายุน้อยที่สุดเป็นเด็กชายอายุเพียง 12 ขวบเท่านั้น
 
พ.ต.อ.มาโนช กล่าวว่า เบื้องต้นแจ้งข้อหาขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น บางรายถูกแจ้งข้อหาเพิ่มคือไม่สวมหมวกนิรภัย และไม่มีใบอนุญาตขับขี่ด้วย สำหรับนายโบนที่ขี่รถพุ่งชนเจ้าหน้าที่จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกครั้ง อย่างไรก็ตามทราบว่าอาการ ร.ต.อ.สุรพล ยังน่าเป็นห่วง เกรงว่าสมองจะได้รับการกระทบกระเทือน เนื่องจากศีรษะกระแทกกับพื้นอย่างรุนแรง คงต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด ซึ่งตอนนี้ก็ย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจแล้ว
 
ต่อมาเวลา 02.30 น. พ.ต.อ.มาโนช นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเดิมเข้าปิดล้อมถนนประดิษฐ์   มนูธรรมอีกครั้ง หลังมีชาวบ้านแจ้งว่ามีรถเก๋งแต่งซิ่งรวมตัวกันเตรียมแข่งขันบริเวณถนนเส้นดังกล่าว พบรถเก๋งแต่งซิ่งหลายสิบคันรวมถึงคนดูยืนอยู่ข้างทางเต็มไปหมด เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ทุกคนต่างพร้อมใจกันขับรถหลบหนี เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จับกุมผู้เกี่ยวข้องไว้ได้ 10 คน ยึดรถเก๋งได้ 10 คัน ส่วนใหญ่ดัดแปลงสภาพรถ แจ้งข้อหาเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์รถ ปรับคันละ 2,000 บาท ก่อนปล่อยตัวไป
 
เช้าวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาพ่อ แม่ ผู้ปกครองของกลุ่มเด็กแว้น ได้เดินทางมาเยี่ยมลูกหลานตัวเองที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขังโรงพัก พร้อมซื้อข้าว-น้ำมาให้ บางรายเห็นสภาพลูกตัวเองถึงกับร้องห่มร้องไห้ด้วยความเป็นห่วง บางคนก็ดุด่าว่ากล่าวถึงการกระทำของลูกที่ทำให้พ่อ-แม่ต้องเดือดร้อน อย่างไรก็ตามผู้ปกครองทุกคนไม่ลืมที่จะเตรียมหลักทรัพย์มาขอยื่นประกันตัวคนในครอบครัว บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวาย โรงพักแคบไปถนัดตา
 
พ.ต.อ.มาโนช กล่าวอีกครั้งว่า สรุปยอดเด็กแว้นที่ถูกจับมีจำนวนทั้งหมด 47 คน เป็นผู้ขับขี่รถแข่งกันบนท้องถนน แยกเป็นชาย 45 คน และหญิง 2 คน เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 27 คน อายุเกิน 18 ปี 20 คน ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือที่ถูกจับกุมพร้อมกับผู้ต้องหาทั้งหมด พนักงานสอบสวนสอบปากคำแล้วพบว่าเป็นเพียงผู้ไปสังเกตการณ์เท่านั้น จึงนำตัวไปทำประวัติ ก่อนปล่อยตัวกลับไป ทั้งนี้ได้แยกเด็กที่อายุไม่ถึง 18 ปี ไปส่งที่สถานพินิจบ้านเมตตา ส่วนเด็กที่อายุเกินยังไม่อนุญาตให้ประกันตัว วันที่ 16 มี.ค. จะให้พนักงานสอบสวนนำตัวส่งศาลแขวงพระนครเหนือ ผู้ปกครองต้องไปทำเรื่องประกันตัวที่ชั้นศาล ส่วนเด็กที่ขับรถชนเจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ และขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ด้วย 
 
ที่โรงพยาบาลตำรวจ บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 เดินทางเข้าเยี่ยม ร.ต.อ.สุรพล ที่ได้รับบาดเจ็บจากถูกแก๊งเด็กแว้นแหกด่านชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะปฏิบัติหน้าที่ โดย ผบช.น.ได้มอบกระเช้าพร้อมเงินช่วยเหลืออีก 15,000 บาท โดย พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าคนเจ็บกระดูกหน้าแข้งแตกหัวเข่าร้าว ต้องรอบาดแผลยุบประมาณ 1 อาทิตย์ หมอจึงจะผ่าตัดได้ หลังจากนั้นก็ต้องพักอีกประมาณ 2-3 เดือน ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ในส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดที่เป็นเด็กโทษแค่ปรับ แต่คนที่ซิ่ง จยย.ชนเจ้าหน้าที่ คงต้องแจ้งข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ อยากฝากถึงผู้ปกครองช่วงปิดเทอมช่วยดูแลเด็ก อย่าปล่อยปละละเลยลูกหลานให้มาแข่ง จยย.บนท้องถนน ไม่เช่นนั้นผู้ปกครองจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายใหม่ด้วย
 
ขณะที่ พ.ต.ท.นพ.ประดิษฐ์ ปรีดีพร้อมพงศ์ สบ 2 แผนกศัลยกรรมกระดูก รพ.ตร. กล่าวว่า อาการผู้ป่วยเบื้องต้นพบว่า กระดูกสะบ้าหัวเข่าข้างขวาแตก แต่ยังไม่ทราบว่าแตกมากน้อยแค่ไหน ต้องทำการสแกนก่อน หลังจากนั้นจะผ่าตัดในวันที่ 16 มี.ค. นี้ โดยใช้นอตยึดกระดูกที่แตกเข้าด้วยกัน ส่วนอาการทางสมองต้องรอดูอาการ 24 ชั่วโมง ส่วนที่คอมีอาการกระดูกเคล็ดจึงใส่เฝือกดามไว้ เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว.










Logged
pinky
Sr. Member
****
Posts: 363


View Profile Email
« Reply #2 on: March 26, 2009, 02:52:18 PM »

คนเก็บขยะเกือบไป กินศพเด็ก แม่ทำแท้ง-สับทิ้งถัง

วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6692 ข่าวสดรายวัน

นึกว่าเนื้อไก่ -เตรียมทอด เห็นนิ้วถึงได้รู้เป็นทารก

เหตุการณ์คนเก็บขยะเกือบจะกินศพเด็กทารกเข้า ไปครั้งนี้ เกิดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 มี.ค. พ.ต.ท. สมาน ล้อมเศรษฐี สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาป่อเต็กตึ๊ง ว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกสับเป็นท่อนๆ บริเวณเพิงพักใต้สะพานกลับรถห้างโลตัส หมู่ 2 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงเพิงพักใต้สะพานกลับรถตามที่ได้รับแจ้ง พบมีการก่อกองไฟเตรียมทำอาหาร ข้างๆ มีกระทะใส่น้ำมันวางอยู่ มีนางชะนี กระจ่างจิตร อายุ 32 ปี เลขที่ 36/1 หมู่ ต.ตะโก อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ยืนรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในมือถือชามพลาสติกสีขาวข้างในมีชิ้นเนื้อถูกสับเป็นชิ้นๆ หมักด้วยเครื่องเทศ ซอสและพริกไทย เมื่อสังเกตอย่างละเอียดพบว่าเป็นชิ้นส่วนมนุษย์ ทั้งท่อนแขน ขา นิ้วมือ นิ้วเท้า ชิ้นเนื้อหากมองเผินๆ ลักษณะคล้ายเนื้อไก่ สร้างความตกตะลึงให้ผู้พบเห็น

นางชะนีให้การว่า ตนเองมีอาชีพเก็บของเก่า เมื่อคืนขณะเดินเก็บสิ่งของตามถังขยะในตลาดรัตนโก สินทร์ 200 ปี ถนนรังสิต-นครนายก 14 ซอย 2 หน้าหอพัก 3 ชั้น หมู่ 2 ต.ประชาธิปัตย์ พบถุงพลาสติกข้างในมีเศษเนื้อ คิดว่าเป็นเนื้อหมูจึงเก็บมาไว้ทำกับข้าว กระทั่งกลางวันของวันนี้เตรียมนำเศษเนื้อที่พบมาทำกับข้าวให้ลูก เมื่อเทออกจากถุงพลาสติกนำมาล้างน้ำ ใส่ชามพลาสติก หมักเครื่องปรุง ก่อไฟ ตั้งกระทะเตรียมทอด ขณะจะเทลงกระทะสังเกตเห็นชิ้นส่วนที่ตอนแรกนึกว่าเป็นตีนไก่ มีลักษณะคล้ายนิ้วมือเด็ก จึงคลุกดูจนทั่วพบว่าเนื้อในชามมีลักษณะคล้ายชิ้นส่วนเด็กทารก จึงเรียกเจ้าหน้าที่มูลนิธิซึ่งจอดรถอยู่ใกล้ๆ มาดู เมื่อมาดูก็เชื่อว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนมนุษย์ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นเนื้อมนุษย์ที่เป็นเด็กทารก ถูกสับเป็นชิ้นๆ แต่ไม่พบชิ้นส่วนที่เป็นศีรษะและอวัยวะภายในร่างกาย จึงเร่งสอบสวนหาตัวผู้ที่นำถุงดังกล่าวมาทิ้งถังขยะ คาดว่าน่าจะเป็นคนในละแวกนั้นซึ่งมีหอพักและบ้านอยู่อาศัยจำนวนมาก อาจเป็นหญิงสาวที่ทำแท้งแล้วหั่นศพทารกเป็นชิ้นก่อนนำมาทิ้งเพื่ออำพราง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ส่งชิ้นส่วนเด็กทารกที่พบไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อตรวจพิสูจน์

ต่อมาเวลา 16.00 น. พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.วัฒนา วงศ์จันทร์ ผกก. สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ และกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งเข้าตรวจสอบห้องเลขที่ 305 หอพักไม่มีชื่อ เลขที่ 512/461(5) หมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี เนื่อง จากสืบทราบว่าเป็นห้องที่ใช้ชำแหละศพเด็กทารก พบน.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี บ้านเดิมอยู่ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น อยู่ในสภาพนอนซม ในห้องพบมีด 2 เล่ม ขวดยาสตรีเพ็ญภาค ยาแก้โรคกระเพาะ

น.ส.เอ ยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือหั่นศพทารกจริง โดยตนเองตั้งท้องได้ 5 เดือนแล้วสามีมาเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำเสียชีวิต ตนเองทำงานเป็นผู้ช่วยหมอฟัน เป็นลูกจ้างธรรมดา ไม่มีปัญญาเลี้ยงลูก ได้รับคำแนะนำจากเพื่อนให้หายามากินเพื่อทำแท้ง จึงตกลงใจทำแท้ง ยาที่ใช้ทำแท้งคือเหล้าขาว ยาทัมใจ ยาสตรีเพ็ญภาคและยาแก้โรคกระเพาะ โดยซื้อมากินเมื่อวันที่ 24 มี.ค. เวลาประมาณ 08.00 น. จากนั้นก็ปวดท้องอย่างรุนแรง มีเลือดออกจากช่องคลอด และแท้งเด็กในเวลาประมาณ 19.00 น. จากนั้นก็เป็นลมหมดสติ ตื่นมาอีกทีประมาณ 21.00 น. ไม่รู้จะทำอย่างไรกับศพทารก จึงใช้มีดสับร่างทารกในห้องน้ำแล้วยัดลงท่อระบายน้ำ จากนั้นก็ราดน้ำทำความสะอาด

น.ส.เอ ให้การต่อไปว่า ต่อมาเวลาประมาณ 22.00 น. เจ้าของหอพักขึ้นมาตรวจสอบเนื่องจากท่อระบายน้ำอุดตัน จึงให้คนงานมาดูพบมีเศษเนื้ออุดอยู่ในท่อระบายน้ำจึงเขี่ยออกมาจนหมด ส่วนชิ้นเนื้อคิดว่าเป็นเนื้อไก่จึงเก็บใส่ถุงไปทิ้งในถังขยะหน้าหอพัก ระหว่างนั้นเจ้าของหอเห็นว่าตนเองนอนเลือดไหลจึงสอบถาม จึงยอมรับว่าทำแท้งจริง กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่มาจับกุมดังกล่าว

ด้านพ.ต.อ.วัฒนากล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญและโหดร้ายมาก หลังพบศพทารกทางเจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนจนทราบว่าหญิงคนดังกล่าวทำแท้งแล้วสับลูกทิ้งท่อระบายน้ำ จึงนำตัวมาสอบสวน เจ้าตัวให้การรับสารภาพ จึงแจ้งข้อหาทำให้ตนเองแท้งลูก มีความผิดต้องระวางโทษจำคุก 3 ปี ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีต่อไป

หน้า 1

RSSthai.com



Logged
pinky
Sr. Member
****
Posts: 363


View Profile Email
« Reply #3 on: March 27, 2009, 04:18:14 PM »

หนุ่มดับเพลิงขยี้กามม.5 ถ่ายคลิปแบล็กเมล์ [26 มี.ค. 52 - 16:22]

เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (26 มี.ค.) พ.ต.ท.อารี สินธุรา หน.ชุดเฉพาะกิจ สืบสวนปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง ภ.จ.อุดรธานี นำกำลังตำรวจจับกุมนายสังคม บุญหนา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123/1 ถนนบ้านเหล่า ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ 250/2552 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2552โดยกล่าวหา พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง ผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะ ที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการหรือจำยอมต่อสิ่งโด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นโดยมีอาวุธ โดยจับกุมได้ที่ถนนริมสวนสาธารณหนองสิม เขตเทศบาลนครอุดรธานี

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก วันที่ 6 มีนาคม นางสวย นามสมมติ อายุ 40 ปี นำ น.ส.เอ นามสมมติ อายุ 17 ปี ลูกสาว เข้าแจ้งต่อ ร.ต.อ.กุศล สิทธิขันแก้ว ร้อยเวร สภ.กุดจับ จ.อุดรธานี ว่า น.ส.เอ ถูกนายสังคม บุญหนา แฟนเพื่อนมอมยาข่มขืนกระทำชำเรา พร้อมกับใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปวีดีโอ ไว้ข่มขู่และบังคับให้มาร่วมหลับนอนด้วยหลายครั้ง จนพอใจ แล้วเผยแพร่คลิปวีดีโอ ในโรงเรียนทำให้อับอาย เรื่องรู้ถึงพ่อและแม่ จึงมาแจ้งตำรวจ

น.ส.เอ ให้การว่า กำลังเรียนอยู่ชั้น ม. 5 โรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่ง เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2551 ได้รู้จักกับนายสังคม ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของเพื่อน แต่เรียนอยู่คนละห้อง แต่นายสังคม ได้พยายามเข้ามาพูดคุยตีสนิทกับตน ในลักษณะชู้สาว แต่ไม่สนใจ เพระว่าเป็นแฟนของเพื่อน แต่นายสังคมไม่ละความพยายามได้มาพูดคุยกับตน และหยิบเอาโทรศัพท์มือถือของตน พร้อมกับบอกว่าให้ตนตามไปเอาที่บ้าน แต่ตนไม่ยอมไปเอาโทรศัพท์ และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พ่อแม่ฟัง แม่ได้พาตนเข้าแจ้งตำรวจและดำเนินคดีพรากผู้เยาว์ แต่ศาลยกฟ้อง เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ หลังศาลยกฟ้อง นายสังคม ก็ยังใช้พยายามเข้ามาพูดคุยกับตนหลายครั้ง และเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2551 นายสังคมได้ใช้แฟนสาว ซึ่งเป็นเพื่อนกับตน หลอกพาตนไปพบที่กระท่อมนา ถนนอุดรธานี –กุดจับ เพื่อปรับความเข้าใจ พร้อมกับรินน้ำใส่แก้วให้ดื่ม หลังจากดื่มน้ำและหมดสติไป เมื่อตื่นขึ้นมานายสังคมได้บอกตนว่า ได้ข่มขืนตนขณะหมดสติ พร้อมกับใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปวีดีโอขณะข่มขืนตนเอาไว้ด้วย

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา นายสังคม ก็จะข่มขู่บังคับให้ตนมาร่วมหลับนอนหลายครั้ง หากตนไม่ไป ก็ขู่ว่าจะนำคลิปวีดีโอไปเผยแพร่ จนถึงขั้นขี่รถจักรยานยนต์ปาดหน้า พร้อมกับยิงปืนขึ้นฟ้าข่มขู่บังคับให้ตนไปด้วย ต่อมาวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ปรากฏว่าคลิปวีดีโอ ที่ตนถูกนายสังคม ข่มขืนขณะหมดสติ ได้ถูกเผยแพร่ในหมู่นักเรียน ในโรงเรียนที่ตนเรียนอยู่ ทำให้ตนรู้สึกอับอาย และอาจารย์ได้เรียกตนไปสอบถาม และสอบสวนถึงที่มาของคลิปวีดีโอ ทราบว่าคลิปดังกล่าวนายสังคมได้ส่งบลูทูธให้แฟนสาว ซึ่งเป็นเพื่อนของตน และหลังจากนั้นคลิปดังกล่าวก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว อาจารย์จึงสั่งให้นักเรียนทุกคนลบคลิปวีดีทิ้ง ตนจึงนำเรื่องดังกล่าวไปบอกพ่อแม่ และแจ้งตำรวจให้ดำเนินคดีกับนายสังคม

จากการสอบสวน นายสังคม ให้การว่า ทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราว เจ้าหน้าที่ดับเพลิง หน่วยบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครอุดรธานี ขอปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ให้ปากคำให้ชั้นจับกุม ตำรวจจึงควบคุมตัวนำส่ง ร.ต.อ.กุศล สิทธิขันแก้ว พนักงานสอบสวน สภ.กุดจับ จ.อุดรธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป


ข่าว ไทยรัฐ  : ปีที่ 60 ฉบับที่ 18693 วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม 2552



Logged
pinky
Sr. Member
****
Posts: 363


View Profile Email
« Reply #4 on: April 07, 2009, 12:25:53 PM »

ดญ.หัดแช็ต รูปว่อน-ขายตัว

หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ภัยอินเตอร์เน็ต ผู้ปกครองพาด.ญ.วัย 13 เข้าแจ้งความกับตร.ขอนแก่น หลังเหยื่อสาวมีรูปปรากฏในเว็บไซต์ขายตัวหรา เจ้าตัวเผยก่อนหน้านี้ไปเล่นแช็ตทางอินเตอร์เน็ตกับเพื่อนที่ร้านเกมและอินเตอร์เน็ต เข้าเว็บคิวคิวหาเพื่อน มีกล้องเว็บแคมเห็นกันทั้ง 2 ฝ่าย พอรุ่งขึ้นอีกวันมีเพื่อนมาบอกว่ามีรูปตนเองปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ขายตัว จึงตัดสินใจนำเรื่องเข้าแจ้งความ เพื่อเอาผิดกับคนเผยแพร่

เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 6 เม.ย. นายพจน์ (นามสมมติ) อายุ 36 ปี ชาวจ.ขอนแก่น พา ด.ญ.แตงโม (นามสมมติ) อายุ 13 ปี นักเรียนชั้นม.1 โรงเรียนชื่อดังในจ.ขอนแก่น กับเพื่อนนักเรียนหญิงสองคน พร้อมผู้ปกครองและญาติ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพ.ต.ท.ภูมี อีคะละ สวส.สภ.เมืองขอนแก่น ว่า เมื่อค่ำวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ด.ญ.แตงโมและเพื่อนนักเรียนหญิงรวม 3 คน ไปเล่นแช็ตทางอินเตอร์เน็ตในเว็บไซต์ต่างๆ ภายในร้านเกมและอินเตอร์เน็ต โดยมีจอกล้องเว็บแคมที่ต้นทางและปลายทางเห็นภาพคนเล่น ต่อมาจู่ๆ มีรูปด.ญ.แตงโมประกาศขายตัวในเน็ต ทั้งๆ ที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง ทำให้ได้รับความอับอายและเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงตัดสินใจนำเรื่องเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ

จากการสอบสวนด.ญ.แตงโมให้การว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยเล่นแช็ตมาก่อน จนเพื่อนนักเรียนหญิง 2 คน ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทมาชวนแล้วพาไปเล่นที่ร้านเกมดังกล่าว ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ได้เข้าเว็บคิวคิวหาเพื่อนทางอินเตอร์เน็ตอย่างสนุกสนาน โดยมีจอกล้องเว็บแคมที่ทางต้นทางและปลายทางสามารถติดต่อมองเห็นหน้ากันได้ กระทั่งเล่นเสร็จได้แยกย้ายกันกลับบ้าน จนรุ่งเช้าวันเดียวกันนี้ มีญาติลูกพี่ลูกน้องที่เป็นผู้ชายวัยไล่เลี่ยกัน มาหาที่บ้านแล้วเล่าให้ฟังว่า เข้าไปเล่นเว็บไซต์ทางอินเตอร์เน็ตเห็นภาพตนปรากฏอยู่รวมกับคนอื่นๆ พร้อมข้อ ความประกาศขายตัว ตนตกใจมาก เพราะไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงแบบนี้กับตน จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้บิดาและญาติพี่น้องฟัง และพากันมาแจ้งความดังกล่าว

หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมดำเนินการให้ความช่วยเหลือติดตามคนที่นำภาพไปแพร่ทางเน็ตมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป










« Last Edit: April 07, 2009, 12:34:49 PM by pinky » Logged
pinky
Sr. Member
****
Posts: 363


View Profile Email
« Reply #5 on: April 07, 2009, 12:34:16 PM »

ลวงทำเสน่ห์ขยี้สาว18

หนังสือพิมพ์ข่าวสด
สาววัย 18 ระแวงสามีมีกิ๊กลงทุนไปหาหมอทำเสน่ห์ให้ผัวรักผัวหลง แต่โดนหมอจอมเจ้าเล่ห์ หลอกกระทำอนาจารใช้อวัยวะเพศสอดใส่เข้าไป อ้างว่าต้องทำพิธีกรรม แถมต้องควักตังค์ค่าทำเสน่ห์อีก 400 หลังเสร็จพิธีจึงนำเรื่องไปเล่าให้เพื่อนฟัง สุดท้ายจึงรู้ตัวว่าถูกหลอก เลยยกพวกไปเอาเรื่องหมอเสน่ห์ถึงบ้าน จับส่งตำรวจเจรจาค่าเสียหายกัน โดยหมอชีกอยืนยันจะจ่ายค่าทำขวัญให้ แต่ขอให้ถอนแจ้งความ ฝ่ายหญิงจึงรับข้อเสนอไว้

เมื่อวันที่ 6 เม.ย. น.ส.พลอย (นามสมมติ) อายุ 18 ปี เป็นราษฎรในอ.ไทรโยค จ.กาญจน บุรี พร้อมญาติพี่น้อง และชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ช่วยกันควบคุมตัวนายเหนาะ (ขอสงวนนาม สกุล) อายุ 65 ปี ชาวอ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีสภาพสะบักสะบอม ตามใบหน้ามีรอยฟกช้ำ เข้าแจ้งความตำรวจสภ.ไทรโยค โดยเบื้องต้น น.ส.พลอยกล่าวหาว่านายเหนาะ ซึ่งแอบอ้างตัวเป็นหมอเสน่ห์ ทำอนาจาร

โดยน.ส.พลอยกล่าวว่า ตนกับสามีทะเลาะเบาะแว้งกันตลอดจนเกิดความระแวงว่าสามีอาจมีผู้หญิงคนใหม่ จึงได้ปรึกษากับเพื่อนๆจนทราบว่านายเหนาะเป็นหมอเสน่ห์ มีวิชาทำเสน่ห์ยาแฝดให้สามีหลงใหล ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา ตนเดินทางไปยังบ้านพักของนายเหนาะเพื่อปรึกษาในเรื่องนี้ จากนั้นนายเหนาะได้พาตนไปบ้านเพื่อน ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันนัก เพื่อทำพิธีกรรม

น.ส.พลอยให้การว่า นายเหนาะให้เข้าไปในห้องนอน สั่งให้ตนถอดเสื้อผ้าจนล่อนจ้อน และให้นอนลงกับพื้นบ้าน โดยนายเหนาะนั่งท่องคาถาอยู่พักใหญ่ ก็ใช้มือลูบคลำที่อวัยวะเพศของตน ก่อนอ้างว่าต้องใช้อวัยวะเพศสอดใส่เข้าไป เพื่อให้ตนมีน้ำเชื้อออก เพื่อจะนำไปทำพิธีทำเสน่ห์ ก่อนจะให้นำไปผสมน้ำให้สามีดื่ม หลังเสร็จพิธีกรรมทั้งหมด นายเหนาะเรียกเงินค่ามัดจำทำเสน่ห์ 400 บาท และบอกว่าอีก 7 วันต้องมาทำพิธีเพิ่มเติม และจ่ายเงินที่เหลืออีก 1 พันบาท

น.ส.พลอยให้การอีกว่า จากนั้นตนได้นำเรื่องทำเสน่ห์ไปเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง ปรากฏว่าเพื่อนบอกว่านายเสน่ห์เป็นพวก 18 มงกุฎล่อลวงหญิงสาวไปทำอนาจารหลายคนแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าแจ้งความ เพราะอับอาย จึงรู้ว่าโดนนายเหนาะหลอกลวงทำอนาจาร จึงรีบไปบอกแม่และญาติๆ ของสามี จากนั้นไปหานายเหนาะที่บ้าน ปรากฏว่านายเหนาะนั่งดื่มสุราอยู่ พอเห็นตนและพวกชาวบ้าน ก็ตกใจวิ่งหนีจนล้มหน้าไปกระแทกพื้นเลือดโชก จึงถูกชาวบ้านจับตัวพาส่งตำรวจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มาถึงโรงพัก ปรากฏว่านายเหนาะ พยายามไกล่เกลี่ยขอให้น.ส.พลอยยอมความ โดยรับปากว่าจะจ่ายเงินค่าทำขวัญให้ก้อนหนึ่ง ซึ่งน.ส.พลอยและญาติๆ ก็พอใจ บอกว่าจะมาถอนแจ้งความในวันที่ 7 เม.ย.นี้ หากนายเหนาะยอมจ่ายเงินทำขวัญตามที่รับปากไว้

Logged
Ben
Jr. Member
**
Posts: 52


View Profile Email
« Reply #6 on: April 20, 2009, 04:34:24 PM »

จับนักร้องดังเยอรมนี แพร่เอดส์


จับนักร้องดังเยอรมนีแพร่"เอดส์"(ข่าวสด)

           เมื่อ 15 เมษายน บีบีซี และเดอสปีเกล รายงานข่าวอื้อฉาวเขย่าวงการบันเทิงยุโรป ว่า นัดจา เบเนสซา นักร้องสาวเซ็กซี่จากวง "โนแองเจิลส์" วงนักร้องหญิงล้วนที่ดังที่สุดในเยอรมนี และมีชื่อเสียงไปทั่วยุโรป ถูกตำรวจจับกุมก่อนขึ้นแสดงคอนเสิร์ตเดี่ยวในเมืองแฟรงก์ เฟิร์ตเมื่อวันเสาร์ ในข้อหาติดเชื้อเอชไอวี/ เอดส์ และจงใจแพร่กระจายเชื้อไปยังบุคคลอื่น ขณะนี้มีคู่นอนที่ติดเชื้อจากนักร้องสาวแล้วอย่างน้อย 3 คน

           พนักงานอัยการเมืองดาร์มสแต็ดต์ ฝั่งตะวันตกของเยอรมนี เปิดเผยว่า เบเนสซา วัย 26 ปี ถูกจับกุมอย่างเร่งด่วน เพราะต้องสงสัยว่ามีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันกับชาย 3 คน ระหว่างปี 2547-2549 โดยไม่ได้บอกว่าตัวเองมีเชื้อเอชไอวี ซึ่งจะทำให้เบเนสซ่าถูกตั้งข้อหามีเจตนาทำอันตรายต่อร่างกายบุคคลอื่น มีโทษจำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี ขณะที่คู่นอนอย่างน้อย 1 คน ได้รับการตรวจเลือดแล้วพบว่าติดเชื้อเอชไอวีซึ่งเชื่อว่าเกิดจากการร่วมหลับนอนกับเบเนสซา อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการของวงโนแองเจิลส์ ปฏิเสธที่จะออกความเห็นใดๆ

           รายงานแจ้งว่า โนแองเจิลส์เป็นวงดนตรีหญิงล้วน หรือเกิร์ลกรุ๊ป มีสมาชิก 5 คน เน้นขายเพลงป๊อปแนวตลาดทั่วไป จุดกำเนิดเริ่มต้นจากการเข้าแข่งขันรายการเพลงป๊อปสตาร์ในปี 2543 ต่อมาได้รับการปลุกปั้นตามแนวทางเดียวกับ "สไปซ์เกิร์ล" วงเกิร์ลกรุ๊ปอังกฤษชื่อดัง และออกอัลบั้มยอดนิยมหลายชุด ประสบความสำเร็จอย่างสูงในเยอรมนี รวมทั้งหลายประเทศทั่วทวีปยุโรป กระทั่งแยกวงกันไปในปี 2546 เพราะถึงจุดอิ่มตัว และกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเมื่อปี 2550 ถัดมาอีก 1 ปีได้รับคัดเลือกไปแข่งขันรายการเพลงชิงแชมป์ภาคพื้นยุโรป "ยูโร วิชั่น" แต่ไม่ชนะ


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : ข่าวสด
http://hilight.kapook.com/view/35937






Logged
pinky
Sr. Member
****
Posts: 363


View Profile Email
« Reply #7 on: May 03, 2009, 10:39:38 PM »

ฆ่าขืนใจสยองกรุง นศ.สาว! หมกศพข้างรั้วบ้าน

เดินเข้าซอย-หาย อืดคาเครื่องแบบ พ่อตามหา4วัน! เน็ตโพสต์กันวุ่น ล่าหนุ่มก่อสร้าง

ฆ่าข่มขืนน.ศ.สาวสยองกรุง หมกศพในป่าหญ้าข้างทางถัดจากรั้วบ้านแค่ 20 เมตร ในสภาพยังแต่งเครื่องแบบน.ศ. พาณิชย์พระนคร พ่อเผยโทร.คุยกับลูกครั้งสุดท้ายตอนค่ำ 27 เม.ย. ขณะลูกเดินเข้าบ้านจากนั้นได้ยินเสียงคล้ายทะเลาะกับผู้ชายแล้วติดต่อไม่ได้เลย ตระเวนตามหาไม่ได้หลับได้นอน กระทั่งตร.ช่วยตามหาจนได้กลิ่นเหม็นโชยมาเข้าไปตรวจสอบก็พบศพ ล่าตัวคนงานก่อสร้างหายตัวไปแบบมีพิรุธ เผยพ่อออกประกาศคนหายทางเว็บพันทิปด้วย

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 1 พ.ค.ร.ต.ท.วิทยา เซ็นบัว ร้อยเวรสน.บางเสาธง รับแจ้งพบศพหญิงสาวถูกฆ่าหมกพงหญ้า บริเวณบ้านกำลังก่อสร้าง ซอยราชพฤกษ์ 11 แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กทม. หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยพ.ต.อ.วัชรา งามขำ รองผบก.น. 7 พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน ผกก.สส.น.7 พ.ต.ท.อรรถพร สุริยเลิศ รอง ผกก.ศส.บช.น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.บางเสาธง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) แพทย์นิติเวช ร.พ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวอยู่ระหว่างก่อสร้าง จากการตรวจสอบพงหญ้าติดทางเดินข้างห้องน้ำคนงาน พบศพน.ส.ศรัญญา หรือกล้วย ชวยกระจ่าง อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/2 หมู่ 5 ซอยราชพฤกษ์ 11 แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กทม. นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุรกิจ สาขาสารสนเทศคอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลพาณิชย์พระนคร สภาพศพนอนหงายสวมชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตขาว กระโปรงจีบ ไม่สวมกางเกงชั้นใน ศพถูกคลุมทับด้วยกระสอบใส่เม็ดพลาสติกยี่ห้อ TORAY คล้ายอำพรางไว้

จากการตรวจสอบสภาพศพบริเวณลำคอถูกรัดด้วยเชือกมนิลา ยาวประมาณ 80 ซ.ม. เบื้องต้นแพทย์สันนิษฐานว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 วัน ส่วนหลักฐานในที่เกิดเหตุตรวจพบกระเป๋าสะพายลายหนังเสือของผู้ตายตกอยู่ เปิดดูภายในพบกางเกงชั้นในสีเหลืองลายการ์ตูน เข็มขัด บัตรนักศึกษา และเอกสารรายงาน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนนายสุริยา ชวยกระจ่าง อายุ 48 ปี บิดาผู้ตาย กล่าวว่า ได้พูดคุยกับลูกสาวทางโทรศัพท์ครั้งสุดท้าย เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ช่วงเวลาดังกล่าวลูกสาวเพิ่งกลับจากฝึกงานตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ ที่บริษัทแห่งหนึ่งย่านถนนตลิ่งชัน โดยลูกสาวบอกว่ากำลังเดินเข้าบ้านพัก ซึ่งอยู่ห่างจากจุดพบศพไม่ถึง 50 เมตร จากนั้นเหมือนมีเสียงคล้ายลูกสาวทะเลาะกับผู้ชาย ก่อนที่สัญญาณโทรศัพท์จะขาดหายไปและติดต่อไม่ได้อีกเลย ด้วยความเป็นห่วงว่าจะได้รับอันตราย จึงออกตามหาลูกแต่ไม่พบจึงไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่สน.บางเสาธงในวันที่ 28 เม.ย. จากนั้นตระเวนตามหาเรื่อยๆ รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างปากทางเข้าห่างไปประมาณ 100 เมตรพบว่าลูกสาวกลับเข้าซอยมาแล้วแต่ไม่ถึงบ้าน จนกระทั่งมีผู้พบศพในวันนี้

ด้านร.ต.ท.วิทยากล่าวว่า หลังจากรับแจ้งความจากผู้ปกครองแล้ว ได้ให้ฝ่ายสืบสวนนำภาพถ่ายของผู้ตายออกตระเวนหาตามสถานที่ต่างๆ แล้วย้อนกลับไปในซอยบ้านพักอีกครั้ง กระทั่งได้กลิ่นเหม็นโชยออกมาจากสถานที่ก่อสร้าง ห่างจากบ้านผู้ตายประมาณ 20 เมตร เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจึงเข้าไปตรวจสอบกระทั่งพบศพดังกล่าว นอกจากนี้สอบปากคำนายฉัตรชัย ผังสุวรรณดำรง อายุ 21 ปี แฟนหนุ่มซึ่งศึกษาอยู่ห้องเดียวกับผู้ตาย ทราบว่า เพิ่งคบกันได้ประมาณ 2 เดือน ก่อนเกิดเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์จากบ้านพักย่านห้วยขวางไปรับผู้ตายจากสถานที่ฝึกงานแล้วพากันไปตระเวนถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก ก่อนมาส่งปากซอยหน้าบ้านแล้วผู้ตายเดินเข้าบ้านไปเอง จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

จากนั้นเจ้าหน้าที่เชิญคนงาน 2 คนซึ่งกำลังก่อสร้างบ้านหลังที่เกิดเหตุไปสอบปากคำเพื่อหาตัวคนร้าย เบื้องต้นทราบว่ามีคนงานก่อสร้างชื่อ นายบุญทิ้ง ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 30 ปี พักอยู่ในเพิงพักคนงานกับภรรยาที่ป่วยเป็นอัมพาตใกล้เคียงกับจุดที่พบศพได้หายตัวไปอย่างมีพิรุธ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวมาสอบปากคำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในห้องเฉลิมไทยของเว็บไซต์พันทิปมีการลงประกาศคนหายข้อความว่า ด้วยบุตรสาวเพื่อนของผม ชื่อ น.ส.ศรัญญา ชวยกระจ่าง หรือ กล้วย หายไประหว่างเดินทางเข้าซอยบ้านในซอยราชพฤกษ์ 11 ถ.ราชพฤกษ์ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 27 เมษายน 2552 ประมาณ 1 ทุ่มตรง

ผู้สูญหายมีลักษณะเป็นผู้หญิง อายุ 20 ปี รูปร่างเล็กสูง 150 ซ.ม. ขาวเหลือง ผมยาวประบ่า ตำหนิ มีขี้เเมลงวันตรงจมูกข้างซ้าย วันที่หายไปใส่ชุดนักศึกษา สะพายกระเป๋าลายเสือ (ตามรูปที่แนบ)

เพื่อนๆ พบเห็นบุคคลในภาพหรือคล้ายเคียง หรือพบเบาะแส กรุณาติดต่อทางเบอร์โทรศัพท์

คุณสุริยา (พ่อ) 089-135-7541

อู๋ (เพื่อน) 085-116-3601

ออย(เพื่อน) 086-042-1002

หรือเมล์ติดต่อมาที่ auanfield@hotmail. com, oilnisa@hotmail.com

พ่อ แม่ น้องกล้วยเป็นห่วงมาก ...

ทั้งนี้ปรากฏว่า มีญาติ เพื่อน และคนรู้จักเข้ามาโพสต์ข้อความด้วยความเป็นห่วง และช่วยแจ้งเบาะแสจำนวนมาก

http://www.rssthai.com/reader.php?t=local&r=13983
Logged
pinky
Sr. Member
****
Posts: 363


View Profile Email
« Reply #8 on: May 19, 2009, 07:01:30 PM »

ข่มขืนฆ่ารัดคอ นศ.สาวพัทลุงดับอนาถ

นักศึกษา ระดับ ปวส.2 แผนกสาขาคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยการอาชีพควนขนุน  สภาพสวมเสื้อกล้ามสีดำ ท่อนล่างเปลือยกาย กางแกงถูกถอดออกไปกองไว้ข้างๆ บริเวณอวัยวะเพศมีร่องรอยของคราบอสุจิ ...   

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11 . 30 น. วันนี้ (19 พ.ค.)  ร.ต.อ.สมพร เพชรหนองชุม ร้อยเวร สภ.ควนขนุน จ.พัทลุง ได้รับแจ้งว่าเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในห้องเช่าหอพักหญิงละออง เลขที่ 120 หมู่ที่ 6 ตำบลชะม่วง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง  ตรงข้ามหน้าวิทยาลัยการอาชีพควนขนุน จึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิพัทลุงการกุศล  ชันสูตรพลิกศพ 

ที่เกิดเหตุหอพักชั้นเดียว พบศพ นางสาวนริศรา มณีประสิทธิ์ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ที่ 13 ตำบลปันแต อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง  เป็นนักศึกษาของวิทยาลัยการอาชีพควนขนุน อ.ควนขนุน จ.พัทลุง นักศึกษา ระดับ ปวส.2 แผนกสาขาคอมพิวเตอร์ นอนหายเสียชีวิตในสภาพสวมเสื้อกล้ามสีดำ ท่อนล่างเปลือยกาย กางแกงถูกถอดออกไปกองไว้ข้างๆ บริเวณอวัยวะเพศมีร่องรอยของคราบอสุจิ และบริเวณลำคอถูกรัดด้วยสายไฟฟ้าสีดำ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง ภายในห้องเช่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบอุปกรณ์การเสพกัญชาจำนวน 1 ชุดจึงเก็บไว้เป็นหลักฐานในการสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินการตามกฎหมาย ต่อไป   

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุนางสาวนริศรา ผู้ตายได้เช่าหอพักดังกล่าวอยู่คนเดียว เพื่อเรียนหนังสือที่วิทยาลัยการอาชีพควนขนุน  กระทั่งสายยังไม่ไปเรียน เพื่อนในห้องจึงสงสัยตามมาดูที่ห้องเช่าพบว่าประตูหน้าบ้านไปใส่กลอนประตู เมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไปในห้องนอนก็พบว่าถูกฆ่าเสียชีวิตจึงแจ้งเจ้า หน้าที่ตำรวจดังกล่าว  สาเหตุขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบเก็บรายละเอียดในที่ เกิดเหตุพร้อมเก็บคราบอสุจิที่ตกอยู่ไปตรวจพิสูจน์แล้ว  คาดว่าคนร้าย น่าจะเป็นเพื่อนผู้ตายที่รู้จักมักคุ้นกัน โดยก่อนลงมือฆ่าได้เสพกัญชาจนเกิดอารมณ์แล้วข่มขืนก่อนฆ่าทิ้ง และหลบหนีไป  ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่พอจะทราบชื่อผู้ต้องสงสัยในคดีนี้แล้ว ทราบว่าเป็นเพื่อนนักศึกษาวิทยาลัยแห่งเดียวกัน และหลบหนีไปต่างจังหวัดหลังก่อเหตุร้าย   

พล.ต.ต.กิติสัณห์ เดชสุนทรวัฒน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง  เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ควนขนุน เพื่อคลี่คลายคดีพร้อมมอบหมายให้ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ชูขำ รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง  รับผิดชอบด้านการสืบสวน ส่วนในด้านกดารสอบสวนมอบหมายให้พงษ์ศักดิ์ เพ็ชรพันธ์ รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง  เป็นผู้รับผิดชอบ พร้อมกันนั้นก็ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.ธวัชชัย จงหวัง รอง ผู้กำกับการกลุ่มงานสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง เป็นหัวหน้าชุดเฉพาะกิจในการไล่ล่าคนร้าย หลังจากที่สอบปากคำพยานไป 3 ราย ผลการสืบสวนสอบสวนเป็นที่น่าพอใจ แต่ไม่สามารถที่จะเผยรายละเอียดได้   

ส่วนประเด็นการสังหาร เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่อง ชู้สาว ที่แฟนหนุ่มผู้ตายมีอาการหึงหวงเนื่อง นางสาวนริศษา มีเพื่อนชายมาติดพันหลายคน  ก่อนเกิดเหตุมีผู้พบเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่เข้ามาติดพันผู้ตายเดินทางมา หาผู้ตายที่ห้องพัก จากนั้นชายหนุ่มคนดังกล่าว ได้หายหน้าไป ซึ่งตนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกติดตามแหล่งที่คาดว่าจะเป็นที่กบดานของผู้ต้องสงสัยรายนี้แล้ว คาดว่าน่าจะหลบหนีไปหลบซ่อนในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช มั่นใจว่าคดีนี้ ตร.จับตัวคนร้ายได้อย่างแน่นอน ขณะที่ นายวิญญู ทองสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง  สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามคนร้ายอย่างด่วน เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานในจังหวัดเร่งสำรวจห่อพัก ที่มีอยู่ให้มีความปลอดภัย และไม่ให้เป็นแหล่งมั่วสุม เพื่อกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นมาได้อีก

thairath.co.th



Logged
pinky
Sr. Member
****
Posts: 363


View Profile Email
« Reply #9 on: May 19, 2009, 07:05:10 PM »

นศ.ผวาอิทธิพลมืดร้อง'ปวีณา'นายทุนเงินกู้ข่มขืน

ถูกนายทุนเงินกู้นอกระบบฉุดไปข่มขืนหลายครั้ง ต่างพื้นที่ ตั้งแต่เดือน มี.ค. แถมยังขู่ฆ่า แจ้งความตำรวจคดีกลับไม่คืบหน้า แถมมีนักการเมืองในพื้นที่เข้ามาเอี่ยว เกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม... 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (15 พ.ค.) นายแสง (นามสมมติ) อายุ 21 ปี พี่ชาย ได้พา น.ส.โบว์ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี น้องสาว เข้าพบนางปวีณา หงสกุล ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อร้องทุกข์ว่า น้องสาวถูกนายทุนเงินกู้นอกระบบฉุดไปข่มขืน   

น.ส.โบว์ ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม เล่าว่า หลังเลิกเรียนจะไปทำงานพิเศษที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งเพื่อหารายได้เสริม ต่อมาเพื่อนที่ทำงานในร้านได้แนะนำให้รู้จักกับนายแดง อายุ 42 ปี ซึ่งประกอบอาชีพเป็นนายทุนเงินกู้นอกระบบ วันเกิดเหตุเป็นช่วงปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากเลิกงานประมาณ 23.00 น. นายแดงได้แวะมาที่ร้านโดยบอกว่ากำลังจะไปธุระแถวบ้านตนพอดี จึงอาสาไปส่งที่บ้าน ตนไม่ได้คิดอะไรและเห็นว่านายแดง เป็นผู้ใหญ่จึงยอมให้ไปส่ง แต่นายแดง ได้ขับรถพาไปในซอยเปลี่ยวแล้วจอดใช้กำลังบังคับข่มขืนตน โดยให้ลูกน้องที่นั่งมาในรถด้วยกัน ลงไปยืนดันประตูด้านที่ตนนั่งเพื่อไม่ให้ตนเปิดประตูรถหลบหนี   

น.ส.โบว์ กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุ ตนได้เข้าแจ้งความที่ สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสามพราน หลังตรวจร่างกายเสร็จกำลังจะเดินทางกลับบ้าน ตนสังเกตเห็นชายคนหนึ่งแต่งกายคล้ายตำรวจ ใส่กางเกงสีกากีสวมเสื้อยืดสีขาวคอกลม เดินพานายแดง มาที่โรงพยาบาล จึงรู้สึกกลัวมาก ไม่ไว้ใจเจ้าหน้าที่ตำรวจและไม่ได้ไปหาตำรวจอีกเลย ต่อมา เมื่อวันที่ 10 พ.ค. เวลา 23.00 น. ภายหลังเลิกงานตนได้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของเพื่อนผู้หญิงที่ทำงานด้วยกันกลับบ้าน ระหว่างทางถูกกลุ่มวัยรุ่นลูกน้องนายแดง 5 คน ขับรถจักรยานยนต์มาปาดหน้า และฉุดกระชากตนบังคับให้ไปนั่งซ้อนท้าย พาไปหานายแดง ก่อนจะถูกนายแดง พาไปข่มขืนที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตัว จ.นครปฐม และข่มขู่ว่าหากคิดหนีจะฆ่าให้ตาย 

เหยื่อกามรายนี้กล่าวต่อว่า จากนั้นนายแดง ได้ขับรถพาไปที่ จ.กาญจนบุรี และขากลับยังขับรถพาตนเข้าโรงแรมและข่มขืนอีกครั้ง ก่อนจะพาไปส่งที่บ้าน และขู่ว่าหากไปแจ้งความหรือถ้ามีใครมายุ่งเรื่องนี้ก็จะไม่รับรองความปลอดภัย เพราะนายแดง รู้จักตำรวจทั้งโรงพัก แจ้งความไปก็ไม่มีประโยชน์ เมื่อตนกลับเข้าบ้านจึงเล่าเรื่องให้พี่ชายฟัง พี่ชายจึงพาเข้าแจ้งความที่ สน.หนองค้างพลู แต่ขณะกำลังแจ้งความ นายแดง ได้โทรศัพท์เข้ามือถือขู่ไม่ให้แจ้งความ จากนั้นได้มีนักการเมืองในพื้นที่เดินทางมาที่โรงพัก มาสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยมีตำรวจฝ่ายสืบสวนประมาณ 4-5 นาย เดินมาสอบถามรายละเอียด ตนรู้สึกกลัวจึงได้เดินทางกลับบ้าน จากนั้นวันรุ่งขึ้นสังเกตเห็น นายแดง และลูกน้องมานั่งกินข้าวที่ร้านอาหารของนักการเมืองคนดังกล่าว ตนและครอบครัวเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา   

ด้านนางปวีณา กล่าวว่า ได้ประสานไปยัง พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และ พ.ต.อ.มานะ กลัดเข็มเพชร ผกก.สน.หนองค้างพลู เพื่อให้เร่งดำเนินการจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด และได้รับตัว น.ส.โบว์ เข้ามาอยู่ที่บ้านพักชั่วคราวของมูลนิธิ และจะติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิดต่อไป

http://www.thairath.co.th/content/region/6290
Logged
pinky
Sr. Member
****
Posts: 363


View Profile Email
« Reply #10 on: July 02, 2009, 04:57:27 PM »

มีดบังตอปาดคอ"แม่ค้าตลาดนัด"หมกห้อง


บังตอปาดคอสาวขายเสื้อผ้าตลาดนัด หมกศพสยดสยองคาห้องน้ำ ด้านแฟนหนุ่มกลับมาเห็นศพแทบช็อก เชื่อฝีมือเพื่อนสนิท เพราะแฟนสาวโทรมาบอกข้อมูลก่อนตาย คาดมาทวงแหวนทองคำ ที่ฝากแฟนสาวจำนำ แต่ไม่ได้จึงเกิดความแค้น ลงมือเชือดคอสยอง ตร.ยังไม่ทิ้งปมฆ่าข่มขืน และหักหลังธุรกิจ

ฆ่าปาดคอสาวหมกห้องน้ำครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 1 ก.ค. พ.ต.ท.เอกดิษฐ์ ศรีมูล สวส.สภ.ย่อยโค้งดงตาล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายภายใน บ้านเลขที่ 407/160 หมู่บ้านเคหะชุมชนเมืองพัทยา ถนนเทพประสิทธิ์ หมู่ 12 ต.หนองปรือ จึงรีบไปสอบสวนพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธีรพล จินดาหลวง รักษาการ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.สุธรรม ชาวศรีทอง รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.เฉลิมศักดิ์ เถียรทองศรี สว.สส. ตำรวจวิทยาการเขต 13 ชลบุรี แพทย์เวร รพ.บางละมุง และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยา 
   
ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ภายในห้องน้ำชั้นล่างพบศพ น.ส.ภาวิณี รัตนโชติ หรือแหม่ม อายุ 22 ปี เจ้าของบ้าน สภาพศพนอนหงายตาเบิกโพลง สวมเสื้อกล้ามตัวในสีชมพู มีเสื้อเชิ้ตลายโดเรม่อนสีแดง กางเกงขาสั้นสีส้ม มีแผลถูกของมีคมปาดที่ลำคอจนเป็นแผลเหวอะหวะ เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว ที่ใบหน้าและตามร่างกายมีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง ส่วนบริเวณห้องนั่งเล่นพบว่ามีร่องรอยการต่อสู้จนเส้นผมขาดร่วง มีเสื้อยกทรงตกอยู่บนที่นอน และสร้อยคอทองคำหนักประมาณ 1 บาท ขาดตกอยู่     ใกล้ ๆ กัน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
   
จากการสอบปากคำนายวัชระพงษ์ ดอกจันทร์รี หรือดรีม อายุ 21 ปี แฟนหนุ่มของผู้ตาย ให้การว่า ตนกับผู้ตายมีอาชีพขาย เสื้อผ้าแฟชั่นที่ตลาดนัดเทพประสิทธิ์ ก่อนเกิดเหตุตนออกไปร้านซักรีดของมารดา ย่านพัทยาใต้ ปล่อยให้แฟนสาวอยู่บ้านเพียงลำพัง จนเวลาผ่านไปไม่นานแฟนสาวได้โทรศัพท์ว่านายกอล์ฟ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของตน ได้ขี่ รถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน งทน 443 ชลบุรี มาจอดนั่งรออยู่หน้าบ้าน คาดว่ามาทวงถามเรื่องที่นำแหวนทองมาฝากให้แฟนสาวของตนไป   จำนำให้ กระทั่งผ่านไปนานประมาณ 30 นาที ตนจึงกลับมาที่บ้านและพบศพแฟนสาวถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมภายในห้องน้ำดังกล่าว จึงรีบแจ้งให้ตำรวจทราบ ซึ่งตนมั่นใจว่าฆาตกรรายนี้คือนายกอล์ฟ เพื่อนสนิทอย่างแน่นอน
   
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคนร้ายคือนายกอล์ฟ เพราะมีพยานแวดล้อมเห็นผู้ต้องสงสัยวิ่งออกมาจากบ้านเกิดเหตุ ในสภาพมือถืออาวุธมีดบังตอเปื้อนเลือด แล้วขี่รถ จยย.หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยทราบว่าก่อนหน้านี้ นายกอล์ฟได้ขโมยแหวนทองของมารดาแล้วหนีออกจากบ้านมาได้ประมาณ 2 วัน จากนั้นได้นำแหวนทองมาให้ น.ส.ภาวินี ผู้ตายไปจำนำ แต่ผู้ตายอาจจะยักยอกหรือไม่ยอมนำทองไปจำนำให้ จึงทำให้คนร้ายเกิดความแค้นตามมาทวงคืนและลงมือฆ่าจนตาย อย่างไรก็ตาม คดีนี้ได้ตั้งปมสังหารไว้ 3 ประเด็น คือ ความแค้นส่วนตัว, ธุรกิจมืดและฆ่าข่มขืน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะส่งศพ ให้สถาบันนิติเวชวิทยาทำการชันสูตรว่ามีร่องรอยการข่มขืนหรือไม่ และจะเร่งจับกุมตัวนายกอล์ฟมาสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดีต่อไป.

RSSTHAI.COM
Logged
Pages: [1] Print 
« previous next »
Jump to:  
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.7 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC

pattayaadvertising copyright (c) 2009 all right reserved
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!